Irresistible Force : Siwon/Kyuhyun Ep.01
posted on 26 Jan 2012 13:37 by applepetz
เสียง เกลียวคลื่นสาดกระทบชายฝั่ง กลิ่นไอความเค็มถูกลมทะเลพัดปะทะผิวกาย แสงแดดอบอุ่นเจิดจ้าย้ำเตือนชายหนุ่มว่าตนเองอยู่มุมใดของโลก มาญอก้า...ตั้งอยู่บริเวณทะเลเมดิเทอร์เรเนียน เมืองพักตากอากาศขึ้นชื่อของสเปน ชายหนุ่มชาวเอเชียสวมเสื้อยืดลายทางสีฟ้าอ่อนสลับขาว สวมกางเกงขาสั้นเทียมเข่าสีเทา สะพายเป้หนึ่งใบและคล้องกล้องถ่ายรูปไว้บนคอ ทำตัวเรียบง่ายเฉกเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ มาญอก้าไม่เคยเงียบเหงานอกจากชาวคาตาลันท้องถิ่นแล้วเกาะเล็กๆ นี้ให้การต้อนรับนักเดินทางจากทุกมุมโลกที่มองหาดินแดนแห่งแสงแดดอบอุ่นตลอด ทั้งปี
โจวคยู ฮยอนหยุดยืนบนทางเท้าริมฝั่งท่าเรือ มองออกไปที่ผืนทะเล สีฟ้าสดใสของท้องฟ้ากระจ่างชัดท่ามกลางดวงอาทิตย์กลมใหญ่ขนานกับสีฟ้าเข้ม เป็นประกายล้อเลียนแสงแดดของท้องทะเล แสงแดดของที่นี่แรงจัดหากเปรียบเทียบกับสภาพอากาศของนิวยอร์ก แดดอบอุ่นกำลังดีช่วยให้จิตใจเบิกบาน ไม่ได้ร้องแผดเผาแสบผิวเหมือนเมืองใกล้เส้นสูตรศูนย์ ดังนั้นกิจกรรมที่เห็นได้ประจำตามริมชายหาดคือการอาบแดดให้ได้ผิวสีแทน ธรรมชาติ
ชาย หนุ่มยกกล้องบันทึกภาพความงดงามของทะเล ท่าเทียบเรือแห่งนี้เนืองแน่นด้วยเรือทุกระดับชั้นจอดเรียงรายเป็นระเบียบ ทั้งเรือยอร์ชแพงระยับหรือเรือสำหรับนักท่องเที่ยว กระทั่งเรือประมงลำเล็กยังมีให้ได้เห็น ชายหนุ่มเผลอตัวยิ้มอย่างมีสุขเมื่อคิดว่าพบว่าตัวเองเลือกปลายทางสำหรับการ พักผ่อนคราวนี้ได้ถูกต้อง เพื่อนสนิทคงโวยวายลั่นเมื่อรู้ว่าเขาหนีมาท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานเพียง ลำพัง โจวคยูฮยอนอายุ 22 ปี เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนดนตรีในนิวยอร์ก สองเดือนก่อนหลังวุ่นวายกับงานรับปริญญาเสร็จสิ้น เขาทิ้งข้อความสั้นบอกเพื่อนสนิทและรูมเมท ชเวมินโฮ ที่อยู่ในช่วงปาตี้ฉลองเรียนจบอย่างสุดเหวี่ยงไว้ว่าจะไปพักผ่อนที่มาญอก้า แล้วเดินทางกลับเกาหลีพร้อมครอบครัวใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนอยู่ด้วยกันโดย ไม่ได้บอกกล่าวเพื่อนสนิทไว้ล่วงหน้า มินโฮอีเมลล์มาหาเขาก่อนหน้าจะออกเดินทางมาสเปนไม่กี่วันหากด้วยการตัดพ้อ แบบไม่จริงจังตามประสาเพื่อนสนิท
"มินโฮเอ๋ย นายต้องเสียใจแน่ๆ ที่พลาดสาวสวยใส่บิกินีนอนนู้ดอาบแดด" เขายิ้มกริ่มเมื่อคิดสภาพเพื่อนสนิทได้เห็นรูปถ่ายจากริมชายทะเล คยูฮยอนตั้งใจอยู่มาญอก้าสิบวัน ตลอดหกวันที่ผ่านมาเขาเดินทางไปทั่วเกาะหยุดเมืองนู้นพักที่เมืองนี้ เขาออกเดินทางจากพัลม่าด้วยการเช่ารถยนต์ออดี้ เอสามจากบริษัทรถเช่า เริ่มการเดินทางจากวาลล์ดีมอสซา เมืองบนหุบเขาสูงที่เฟดเดอริกซ์ โชแปงและภรรยาในตอนนั้นได้แวะมาพักตากอากาศอยู่เกือบสองเดือน จากนั้นจึงออกเดินทางไปฝั่งตะวันออกผ่านพอลเลงก้าเมืองเก่าแก่หากร่องรอยการ ปกครองของโรมันยังมีหลงเหลือให้เห็น ที่ฝั่งตะวันออกสุดของเกาะ แหลมฟอเมนโต้ยื่นยาวทอดตัวลงไปในทะเลเมดิเทอร์เรเนียน ขับรถผ่านถนนแคบและคดเคี้ยวขดไปตามหน้าผาสูงจะเจอป้อมประภาคารและอาคารสีขาว ตั้งเด่นอยู่ริมหน้าผา เขาเดินทางลงใต้ ตัดเข้าตอนกลางของเกาะผ่านเมืองฟรอนาลุทซ์แล้วย้อนกลับมาที่พัลม่าอีกครั้ง ทุกเมืองของมาญอก้าเต็มไปด้วยชายหาดสวย สถาปัตยกรรมทั้งแบบโบราณและแบบใหม่ผสานกันสวยงาม พระราชวังเก่า โบสถ์ต่างๆ ถูกดูแลรักษาไว้อย่างดี
สภาพ แดดอบอุ่นแม้ไม่ร้อนจัดแต่เร่งทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย คยูฮยอนตระหนักว่าตนเองเดินเยี่ยมชมตัวเมืองฝั่งพระราชวังโบราณมาทั้งวัน อากาศเช้าที่จัดการมาก่อนจะออกจากโรงแรมถูกย่อยสลายไปหมดแล้ว ความหิวทำให้เขามองหาคาเฟ่ โดยรอบท่าเรือมีอาคารและร้านรวงมากมาย หลายร้านตกแต่งไว้งดงามดึงดูดสายตาของผู้ที่ผ่านไปมาให้เข้าไปใช้บริการ แม้เวลาจะล่วงเข้าสู่ยามบ่ายมานานแล้ว คาเฟ่หลายร้านยังเต็มแน่นด้วยผู้คนทั้งนักท่องเที่ยวและเจ้าถิ่น คยูฮยอนมองหาร้านที่คนไม่แน่นเกินไปจนชวนให้อึดอัด ชายหนุ่มเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทางเดินปูหินก้อนใหญ่และตัดสินใจเลือกคาเฟ่ เล็กๆ ที่มีผู้คนเบาบางกว่าร้านอื่น อาคารทรงอาร์ทนูโวทาสีส้มอิฐซีดจางอยู่ตรงมุมถนนเป็นที่ตั้งของคาเฟ่และร้าน รวงใกล้เคียง คยูฮยอนผลักประตูเข้าไปในร้าน มองหาที่นั่งว่างเมื่อพบว่ามีโต๊ะว่างอยู่ริมหน้าต่างชายหนุ่มก็เดินไปนั่ง ทันที บริกรชายติดตามเข้ามาให้บริการอย่างรวดเร็ว หลังจากพลิกดูเมนูอาหารเขาตัดสินใจเลือกคอร์ทอาหารที่มีเนื้อปลาย่างเป็นจาน หลัก ขนมปังอบใหม่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นที่บริกรยกมาเสิร์ฟพร้อมมะกอกสดหอมแตะจมูกชวน หิว อาหารแต่ล่ะจามถูกยกมาเสิร์ฟเป็นระยะ ชายหนุ่มเอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อนี้โดยไม่ได้สนใจรอบกาย เมนูสุดท้ายคือเอสเปรสโซ่ชอทเล็กถูกเสิร์ฟบนโต๊ะ คยูฮยอนยกแก้วใบจิ๋วขึ้นชิม กลิ่นกาแฟหอมและรสชาติดี ภายหลังจากที่ท้องอิ่มสายตาทั้งคู่ลอบมองในร้านโดยรอบ ผู้คนที่เนืองแน่นยามเขาเดินเข้ามาเบาบางลงแล้ว มีโต๊ะว่างหลายโต๊ะแต่ก็มีผู้คนผลัดกันเข้าออกในร้านตลอดเวลา มุมหนึ่งของร้านจัดเป็นเคาเตอร์กาแฟและเบเกอรี่ ลูกค้าสาวหลายคนจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนานผ่อนคลาย ชายหนุ่มยกกล้องถ่ายรูปขึ้นเก็บภาพคาเฟ่เล็กแห่งนี้ไว้
ระหว่าง มองผ่านกล้องไปตามมุมต่างๆ ของร้าน พลันสายตาของโจวคยูฮยอนต้องหยุดชะงักที่มุมหนึ่ง ห่างออกอีกด้านของร้านติดกับกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ร่างสูงใหญ่ ผมดำและผิวเหลืองบ่งบอกเชื้อชาติว่าเป็นคนเอเชียเช่นกัน ร่างสูงนั้นก้มหน้าลงต่ำสนอกสนใจกับแทปเลทสีขาวล้วนในมือ แค่มองจากมุมก้มต่ำคยูฮยอนนึกชื่นชม เครื่องหน้าของชายคนนั้นโดดเด่นมาก จมูกโด่ง ขนตางอนยาว และริมฝีปากยักโค้ง คยูฮยอนไม่ทันรู้ตัวว่าตัวเองเผลอถ่ายจ้องมองผู้ชายแปลกหน้านานเท่าใด เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาโจวคยูฮยอนได้เห็นดวงตาคมกล้าผ่านเลนส์ กล้อง มือของเขากดชัทเทอร์โดยอัตโนมัติเผลอบันทึกภาพของคนแปลกหน้าที่มองกลับมา เมื่อรู้ตัวแล้วว่าถูกแอบมองแต่คนแปลกหน้าส่งรอยยิ้มเป็นมิตรมาให้เขา คยูฮยอนลดกล้องลงแล้วส่งรอยยิ้มเฝื่อนๆ กลับไปทักทาย แสร้งก้มลงตรวจสอบไฟลล์รูปถ่ายในกล้องแก้เก้อ อย่างน้อยเขาก็ไม่ถูกคนตัวโตโวยวายว่าเป็นโรคจิตแอบมองผู้ชายด้วยกัน ชายหนุ่มพิจารณารูปที่ถ่ายได้อย่างบังเอิญ ใบหน้าที่มองตรงมาที่เขาดูหล่อเหลา ร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมบูรณ์ ที่นึกชื่นชมเมื่อครู่ไม่ผิดจากความจริงสักนิด ผู้ชายตัวโตดูดีด้วยความงดงามที่พระเจ้าลำเอียงมอบให้ เมื่อเทียบกับมนุษย์จำพวกธรรมดาสามัญอย่างเขา คยูฮยอนบอกได้เลยว่าเขานึกริษยารูปลักษณ์ของผู้ตัวแปลกหน้าอยู่ไม่น้อย
เมื่อ เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งคยูฮยอนพบว่าคนตัวโตไม่ได้อยู่ในร้านเสียแล้ว เขาเรียกคิดเงินค่าอาหาร ตั้งใจว่าจะกลับเข้าไปเดินเล่นแถวพาร์ก เดอ ลา มาร์รอชมสีสันทะเลยามพระอาทิตย์ตกดิน ชายหนุ่มเดินออกร้านเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์ ระบบขนส่งมวลชนในพัลม่าสะดวกสบายทั้งรถไฟ รถไฟฟ้าใต้ดินและรสบัสประจำทาง เขาจอดรถเช่าทิ้งไว้ที่โรงแรมเพราะขี้เกียจขับรถในเขตเมือง ระหว่างหยุดยืนรอสัญญาณไฟตรงสี่แยก คยูฮยอนยกกล้องขึ้นถ่ายภาพผู้คนอีกฝั่ง เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นรูปคนเดินสีเขียว ชายหนุ่มรีบเก็บกล้องแล้วก้าวข้ามออกไปโดยไม่ทันมองบนถนน
"cuidado con el coche"
ใคร บางคนในฝูงชนกรีดร้องขึ้น คยูฮยอนประหลาดใจเขารีบหันไปมองบนถนน พบว่ารถยนต์คันหนึ่งแล่นพุ่งตรงมาที่เขาด้วยความเร็วที่ไม่ได้ลดลงเลย สมองสั่งการให้เขาวิ่งหลบทว่าขาทั้งสองข้างกลับไร้ปฏิกิริยา คยูฮยอนหลับตาแน่นสนิทไม่กล้ามองภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตน เสียงล้อรถเบียดกับถนนดังแสบแก้วหู เขารู้สึกถึงร่างกายของตัวเองที่ล้มลงและกลิ้งไปตามพื้น นอกจากลมอุ่นร้อนข้างแก้มแล้วคยูฮยอนประหลาดใจที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดจากการถูก รถชน
"คุณโอเคไหม?" ภาษาอังกฤษเอ่ยขึ้นถามเขาอย่างร้อนรน
"ผมโอเค ไม่เจ็บตรงไหน" ตอบออกไปทั้งที่ยังหลับตาอยู่ หากร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตกใจ
"ถ้าอย่างนั้นลุกออกจากตัวผมก่อนได้ไหม อยู่อย่างนี้คงไม่สบายเท่าไหร่"
ประโยค นี้ทำเอาโจวคยูฮยอนเบิกตากว้าง รถสปอร์ทที่เห็นชัดว่ากำลังพุ่งชนเขาเมื่อครู่จอดห่างไปไม่กี่เมตร ตัวเขาไม่ได้ถูกรถชนและไม่ได้นอนอาบเลือดอยู่บนถนน แต่... คยูฮยอนหันกลับมา ใต้ร่างของตนคือชายหนุ่มตัวโต คนเดียวกับที่เจอในคาเฟ่ คนเดียวกับที่เขาลอบมอง คนเดียวกันที่ส่งรอยยิ้มให้เขา ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดโดยไม่มีระยะห่าง ลมอุ่นที่รู้สึกได้เมื่อครู่คือลมหายใจของคนที่กอดเขาไว้ เขาสบตาชายหนุ่มตัวโตอีกครั้ง จากความตกใจเมื่อครู่ทดแทนด้วยความเก้อเขิน กระดากอาย
"ผมไม่ได้ว่าคุณหนักหรอกนะแต่อยากตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน"
"ขะ ขอโทษนะครับ" คยูฮยอนรีบร้อนยันตัวลุกขึ้น ความเร่งรีบทำถ่ายเทให้น้ำหนักของร่างกายได้ไม่สมดุล ร่างของคยูฮยอนลื่นไถลซบลงบนอกกว้างของชายตัวโต นอกจากแผ่นอกที่ใกล้ชิด แก้มของของชายหนุ่มปะทะเข้ากับริมฝีปากร้อนของคนที่กึ่งนั่งอยู่บนถนน ร่างสูงใหญ่คว้าตัวเขาไว้แน่น มือแข็งแรงกอดกระชับเอวฉุดดึงให้คยูฮยอนลุกขึ้นยืน
"คุณคงตกใจมาก ผมประคองไว้ก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะล้มลงไปอีก" คนตัวโตกอดเอวเข้าไว้ไม่ปล่อย สเปนมุงทำการสลายตัว คู่กรณีเป็นเจ้าของรถสปอร์ทวิ่งเข้ามาดูพวกเขาด้วยความตกใจไม่น้อย กฎหมายจราจรของมาญอก้าเคร่ดครัดมากแค่เพียงฝ่าไฟแดงหรือขับรถเร็วเกินกำหนด ก็มีสิทธิ์ไปนั่งนอนในคุกได้ ชายคนนั้นเดินเข้ามาพูดอะไรกับเขาสักอย่าง คยูฮยอนฟังภาษาสเปนสักคำแต่พอจะเดาออกว่าชายหนุ่มกำลังขอโทษขอโพยในสิ่งที่ เกิดขึ้น คนตัวโตที่พยุงร่างของเขาไว้ก็เอ่ยแทรกขึ้นมา คยูฮยอนมองชายหนุ่มสองคนส่งภาษาสเปนเถียงกันไปมา ชั่วประเดี๋ยวรถตำรวจวิ่งมาจอดใกล้กัน คนตัวโตคงเห็นว่าเรื่องราวไม่ยุติง่ายดายจึงหันมาบอกเขา
"คุณไปนั่งพักก่อนดีกว่า" คยูฮยอนถูกพาไปนั่งพักที่คาเฟ่ใกล้ๆ ก่อนเดินจากไปคนตัวโตหันไปสั่งบริกร แล้วเอ่ยสำทับกับชายหนุ่ม "เดี๋ยวผมกลับมา"
คยู ฮยอนมองภาพคนตัวโตวิ่งวุ่นไปมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขอบคุณและซาบซึ้งที่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือให้รอดจากการเป็นศพในมาญอก้า รู้สึกทึ่งที่เขาพูดภาษาสเปนได้อย่างคล่องแคล่ว ภาษาอังกฤษที่ได้ยินเมื่อครู่ก็อยู่ในระดับดี แต่ภาพหนึ่งที่คยูฮยอนสละไม่หลุดจากหัวคือรอยยิ้มที่ได้รับเมื่ออยู่ในคาเฟ่ ริมท่าเรือ ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดแก้มยามใกล้ชิด อ้อมอกแกร่งและอ้อมแขนแข็งแรงกอดรัดเขาให้พ้นจากอันตราย สุดท้ายสัมผัสจากริมฝีปากร้อนบนแก้มของเขา ทุกสิ่งทำให้ใบหน้าของคยูฮยอนร้อนผ่าว
บริ กรยกแก้วทรงสูงบรรจุน้ำแร่ไว้มาให้ ตรงจุดเกิดเหตุทั้งสามฝ่ายยังคงเจรจากันไม่เสร็จสิ้น เขามองร่างสูงใหญ่กอดอกคุยกับตำรวจและเจ้าของรถสปอร์ท พระเจ้าลำเอียงจริงๆ! นอกจากใบหน้าและร่างกายที่ดูดีแล้ว ไม่ว่าคนตัวโตจะทำอะไรหรือก้าวไปไหน คยูฮยอนก็คิดว่าเขาล้วนน่ามองในทุกอิริยาบท ยิ่งมองก็ยากจะถอนสายตา ใบหน้าเคร่งเครียดพร้อมตาคมดุดันยามต่อรองกับอีกฝ่าย จู่ๆ คนตัวสูงหันมองเขาแล้วปลีกตัวออกมา ขายาวก้าวพรวดพราดไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวคยูฮยอน
"หมอ นั่นคงโดนปรับหลายหมื่นยูโร ทั้งขับรถเร็ว ฝ่าสัญญาณไฟ ตำรวจอยากรู้ว่าคุณจะให้หมอนั่นจ่ายเงินชดเชยที่ทำให้ตกใจรึเปล่า? กฎหมายที่นี่คุณมีสิทธิ์เรียกร้องเงินจากคู่กรณีได้ ถ้าเรียกเยอะเกินไปศาลจะเป็นคนตัดสินวงเงินที่จำเลยจะต้องจ่าย" ได้ฟังแล้วคยูฮยอนสั่นศีรษะอย่างรวดเร็ว แม้จะยังตื่นตระหนกแต่เขาก็เข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ เขาไม่ต้องการเงิน
"ไม่ๆ ผมไม่อยากได้เงินจากเขา"
"หมอนั่นไม่ได้แย่เท่าไหร่ เขาบอกว่าอยากพาพวกเราไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลแล้วจะให้เงินคุณสักพันยูโรไว้ปลอบขวัญ"
"ผม ไม่อยากได้เงินจริงๆ นะถ้าเขาไม่สบายใจบอกให้เขาบริจาคเงินส่วนนั้นเพื่อการกุศลก็แล้วกัน แล้วผมก็ไม่อยากไปโรงพยาบาลด้วยเพราะว่าผมไม่เป็นอะไร คุณต่างหากที่ควรเข้าไปเช็คสักหน่อย คุณเป็นคนช่วยรับตัวผมเอาไว้ เจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่าครับ?" คยูฮยอนเป็นห่วงคนตัวโต แม้ดูภายนอกจะไม่มีบาดแผลปรากฏให้เห็นแต่เขาอยากให้คนตัวโตได้รับการตรวจสอบ ว่าไม่ได้รับการกระทบกระเทือนหรือบอบช้ำภายใน
"ผมไม่เป็นอะไร ไม่ต้องห่วง ขอไปตกลงกับตำรวจให้เรียบร้อย ถ้าคุณไม่ถือสาหาความ เรื่องอื่นๆ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจจัดการ" คยูฮยอนพยักหน้ารับเห็นสมควรตามที่ชายหนุ่มบอก ร่างสูงผละเดินกลับไปที่ตำรวจและคู่กรณี ชายหนุ่มส่งภาษาสเปนอีกหลายประโยคจนได้ข้อตกลงที่พอใจ ทิ้งให้ภาระที่เหลือเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและจำเลย คนตัวโตเดินกลับมาหาคยูฮยอน ทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ว่างข้างๆ เหงื่อเกาะพราวบนใบหน้าคมคาย คยูฮยอนเลื่อนแก้วน้ำแร่ที่ตนเองไม่ได้แตะไปเบื้องหน้าชายหนุ่ม เขายกแก้วน้ำขึ้นจิบโดยไม่ปฏิเสธ
"ขอบคุณมากๆ นะครับ ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้ ผมคงกลายเป็นศพไร้ญาติในพัลม่าไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะตอบแทนคุณยังไงดี" ดวงตาที่มองร่างสูงใหญ่เปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง ร่างสูงวางแก้วน้ำดื่มพลางส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจกระตุกเหมือนตอนอยู่ในคาเฟ่
"โอ้ ย อย่าพูดเรื่องตอบแทนอะไรเลย ผมไม่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เพราะหวังสินน้ำใจตอบแทนสักหน่อย พระเจ้าสอนให้เรารักเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนะครับ แล้วผมก็เชื่อแบบนั้น"
"แต่ผมก็รู้สึกติดค้างคุณอยู่ดี คุณเสี่ยงชีวิตช่วยผมนะ" คนตัวสูงทำท่าครุ่นคิดเพียงครู่แล้วกล่าวขึ้น
"งั้นเรามาทำความรู้จักกันไว้ดีกว่า" คยูฮยอนพยักหน้ารับคำ
"ผมชื่อโจวคยูฮยอน มาจากเกาหลีใต้ ..." ชายหนุ่มแนะนำตนเองได้ไม่จบดีก็ถูกคนตัวสูงทำตาโต เอ่ยแทรกด้วยความตกอกตกใจ
"คุณเป็นคนเกาหลีเหรอ ผมก็เป็นคนเกาหลี ผมชเวซีวอนครับ" คยูฮยอนประหลาดใจไม่แพ้กัน คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้บังเอิญเป็นคนสัญชาติเดียวกัน ความเชื่อใจและชื่นชมที่มีให้คนตรงหน้าก็เพิ่มขึ้นไปอีก
"อ่า บังเอิญจังเลย" คยูฮยอนยิ้มพร้อมหัวเราะเบาๆ
"ผมว่าพระเจ้าคงอยากให้พวกเราสองคนได้เจอกัน" รอยยิ้มเจิดจ้ามีผลให้หัวใจของคยูฮยอนเต้นไม่เป็นจังหวะ ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีวงหน้าคมคาย ดวงตาคู่นั้นราวกับจะมองลึกเข้าไปในใจ รอยยิ้มก็มีผลทำให้หัวใจสั่นไหว
"จริงซิ ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง?" ชเวซีวอนเอ่ยถาม ความห่วงใยฉายชัดบนใบหน้า
"ผมโอเคแล้ว จริงๆ นะ" จิตใจที่ตื่นกลัวอุบัติเหตุเมื่อครู่กลับมาเป็นปกติ หากสิ่งที่ผิดปกติคือความความหวั่นหวั่นต่อคนตรงหน้า "ผมคงทำให้คุณเสียเวลาไปเยอะเลย ขอโทษอีกครั้งนะครับ"
"บอกแล้วไงว่าอยากคิดมาก ผมไม่ได้เจาะจงไปที่ไหนเป็นพิเศษด้วย" ซีวอนก้มมองดูเวลาจากนาฬิกาที่แขวนไว้บนข้อมือซ้าย "ยัง มีเวลาอีกสักพักกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน ถึงไม่ได้ไปดูพระอาทิตย์ที่พาร์ก เดอ ลา มาร์วันนี้แต่ได้เจอคุณ ผมว่าผมโชคดีแล้วละ ผมได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนนี่ แล้วคุณละคยูฮยอนจะไปที่ไหนหรือเปล่า? ถ้าอยากกลับไปพักผ่อนแล้ว รถผมจอดอยู่ใกล้ๆ นี่เองให้ผมไปส่งคุณแล้วกัน"
คยูฮยอนรีบส่ายศีรษะปฏิเสธอย่างรวดเร็ว "เอ่อ ผมยังไม่อยากกลับโรงแรม ตั้งใจไว้ว่าจะไปพาร์ก เดอ ลา มาร์เหมือนกัน"
"ดี ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปเดินเล่นกันดีกว่า" ซีวอนลุกขึ้นยืนวางเงินค่าเครื่องดื่มไว้บนโต๊ะ ฉวยข้อมือของคยูฮยอนให้ติดตามมา ชายหนุ่มขัดขึ้นเบาๆ ด้วยความเกรงใจ
"แต่ว่าคุณซีวอน ผมเกรงใจนะครับ ผมรบกวนคุณตั้งมากมาย"
"น่า ถือว่าช่วยอยู่เป็นเพื่อนคุยกับผมก็แล้วกัน นี่ผมไม่ได้กลับเกาหลีนานแล้ว พูดก็ไม่ได้พูดกับใคร ภาษาเกาหลีจะเป็นสนิมอยู่แล้วมั้ง" ซีวอนหัวเราะ งัดหาเหตุผลมารั้งตัวคยูฮยอนๆ ยอมรับอยู่ภายในใจว่าเขาเองก็อยากใช้เวลากับชเวซีวอนให้นานขึ้นไปอีก
รถ ยนต์ของชเวซีวอนจอดอยู่ที่ลานจอดรถไม่ไกลจากท่าเรือ โลตัส เอลีส เอสซีสีขาวสะอาดจอดเคียงกับรถหรูราคาแพงคันอื่นๆ ซีวอนสวมแว่นกันแดดทรงเอวิเอต้าร์นั่งประจำที่ของคนขับ ที่นั่งด้านข้างมีคยูฮยอนครอบครอง สปอร์ทคาร์เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถใช้ถนนริมทะเลมุ่งตรงจากท่าเรือไปยังพา ร์ก เดอ ลา มาร์ สวนสาธารณะขึ้นชื่อของพัลม่า ชายหนุ่มทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ช่องว่างระหว่างคนแปลกหน้าถูกกลบด้วยความเป็นมิตรและเป็นกันเองของซีวอน ทั้งคู่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ท่องเที่ยวในมาญอก้า คยูฮยอนเล่าเรื่องการขับรถท่องเที่ยวของตัวเองอย่างสนุกสนานให้ร่างสูงได้ ฟัง ตัวเขาเองรู้สึกประหลาดใจตัวเองที่พูดคุยกับคนตัวโตได้อย่างคล่องแคล่ว สนิทสนม
"เสียดาย ที่พวกเราเพิ่งได้เจอกัน ผมเองก็ไปฝั่งทะเลตะวันออกมาเหมือนกัน ผมไปทริปดำน้ำที่พอลเลงก้ากับอัลกูเดีย ใต้ทะเลที่นั่นสวยงาม ปลาก็เยอะ ผมเจอฉลามตอนออกทริปที่อัลกูเดียด้วยนะ เพิ่งเคยเจอใกล้ๆ เป็นครั้งแรกเลยละ" ซีวอนเล่าเรื่องของเขาบ้าง นอกจากทริปดำน้ำชมโลกทะเลด้านล่าง ซีวอนยังนิยมการเล่นเรือใบโดยแวะจุดเล่นเรือใบต่างๆ ทั่วมาญอก้า
ชเว ซีวอนจอดรถไว้ไม่ไกลจากพาร์ก เดอร์ ลา มาร์ ทั้งคู่เดินผ่านตึกแถวเก่า ชื่นชมทิวทัศน์และสถาปัตยกรรมในเมือง ทั้งคยูฮยอนและซีวอนยกกล้องเพื่อถ่ายภาพจากมุมประทับใจของตนเอง ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆ จนถึงปลายทางสถานที่ พาร์ก เดอร์ ลา มาร์ เป็นสวนสาธารณะริมทะเล ตั้งอยู่ระดับต่ำกว่ากำแพงเมืองเก่า มีทะเลสาบเล็กๆ คั่น ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันระดับน้ำทะเลหนุนสูงเข้าท่วมเมือง ต้นปาล์มปลูกเรียงเป็นทิวแถวงามตา น้ำพุในทะเลสาบพ่นละอองฝอย พระอาทิตย์ยามเย็นเริ่มเคลื่อนคล้อย คยูฮยอนกดชัทเทอร์เพื่อเก็บภาพท้องฟ้าสีส้ม ภาพตึกเก่าทรงโกธิกมีฉากหน้าเป็นทะเลสาบและน้ำพุ อีกฝั่งคือท้องฟ้าสีส้มตัดกับทะเลสีน้ำเงินเข้ม เรือลำใหญ่บรรทุกผู้โดยสายต่างมุ่งหน้ากลับท่าเรือ
ถ้า คยูฮยอนละสายตาจากภาพความงดงามของมาญอก้าสักนิด จะได้เห็นชายหนุ่มตัวโตแอบบันทึกรูปภาพของเขาที่กำลังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ รอบกาย ชเวซีวอนลดกล้องลงมองภาพในกล้องสลับกับเจ้าตัวที่จมอยู่ในโลกส่วนตัวด้วยรอย ยิ้ม ความสนใจของซีวอนที่มีต่อคยูฮยอนถูกกลืนด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวของกลุ่มเด็ก น้อยดังอยู่ใกล้ๆ ซีวอนผละจากจุดที่เคยยืน เดินเข้าไปพูดคุยกับสามีภรรยาชาวท้องถิ่นกับลูกเล็กๆ สี่คน
โจวคยู ฮยอนหยุดความสนใจที่มีต่อมาญอก้ายอมเย็น เหลียวหาคนตัวโต ห่างออกไปเขาเห็นร่างสูงของชเวซีวอนยืนพูดคุยกับชายหญิงคู่หนึ่ง รอบกายมีเด็กตัวน้อยห้อมล้อม เด็กน้อยคนหนึ่งถูกเขาอุ้มชูขึ้นสูงเหนืออากาศ มีเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจจากเด็กน้อย ซีวอนสนุกสนานและเอ็นดูเด็ก คยูฮยอนรีบยกกล้องบันทึกรูปตรงหน้าอย่างว่องไว เขาตั้งใจเดินไปหาซีวอนเมื่อถ่ายรูปเสร็จ แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อซีวอนมองเห็นเขา ชายหนุ่มรีบเอ่ยคำลากับครอบครัวที่แสนน่ารักและเดินตรงมาที่เขา
"เหนื่อยแล้วหรือ?"
"ไม่เหนื่อยครับแต่นี่ก็เย็นมากแล้ว" พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ฝั่งกำแพงเมืองเปิดไฟฟ้าให้ความสว่างไสวเช่นเดียวกับโคมไฟในสวน
"ผม รู้สึกหิวขึ้นมาแล้วซิ น่าเสียดายที่ผมมีนัดไว้ก่อนแล้วไม่อย่างนั้นจะพาคุณไปหาอะไรกินด้วยกัน แถวนี้มีร้านอร่อยลงเวบไซด์แนะนำหลายร้านทีเดียว" ซีวอนทำหน้าเสียดาย "เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่โรงแรม มาเถอะ"
"แต่ว่าคุณมีนัดไม่ใช่เหรอครับ ผมขึ้นเมโทรกลับเองได้"
"ให้ผมไปส่งเถอะ ผมจะได้สบายใจถ้าเห็นว่าคุณกลับโรงแรมเรียบร้อยดี" คำขอของซีวอนยากที่จะขัดขืน คยูฮยอนยินยอมเดินข้างกายของเขาแต่โดยดี แผ่นหลังของทั้งคู่ห่างไกลจากพาร์ก เดอ ลา มาร์ออกไป
บู ทีกโฮเทลที่โจวคยูฮยอนพักอยู่ใกล้กับพาร์ก เดอ ลา มาร์และไม่ไกลจากท่าเรือพัลม่า ส่วนที่พักของซีวอนก็อยู่ห่างออกไปไม่กี่ถนน โลตัส เอลีส ซีเอสขับมาจอดเทียบตรงเชิงบันไดหน้าโรงแรมที่คยูฮยอนพักแรม
"ขอบคุณมากนะครับคุณซีวอน" คยูฮยอนกล่าวคำขอบคุณและคำลา
"ยินดีครับ ขอให้สนุกกับมาญอก้านะคยูฮยอน"
"ครับ คุณเองก็เช่นกัน ผมขอตัวก่อนนะครับ" แท้จริงแล้วจิตใจของคยูฮยอนถูกโจมตีด้วยความรู้สึกบางประการ เขาลังเลที่จะเอ่ยคำขอบางอย่าง สุดท้ายก็ฝืนใจเปิดประตูรถเดินเข้าโรงแรม
"เดี๋ยว คยูฮยอน" ก่อนที่ชายหนุ่มจะผ่านประตูแก้วหมุน ข้อมือของเขาถูกรั้งไว้โดยแรง ร่างกายซวนเซจากแรงกระชากกระทบเข้ากับอกแข็งแรงที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง
"ขอโทษ คุณเจ็บหรือเปล่า?" ซีวอนเป็นกังวล รีบปล่อยมือจากข้อมือของคยูฮยอน
"ผมไม่เป็นอะไร ไม่ได้บอบบางขนาดนั้นหรอกน่า" ชายหนุ่มกลั้นหัวเราะ ซีวอนแลดูเป็นกังวลกับร่างกายของเขาเกินจริง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชาย ไม่ได้มีร่างกายบอบบางแบบผู้หญิงตัวเล็ก
"คือ เอ่อ..." ท่าทางของซีวอนตอนนี้กระอักกระอ่วน "คือพรุ่งนี้ผมตั้งใจว่าจะไปแถวทะเลแบรีเอริก ถ้าคุณสนใจไปด้วยกันละก็...คือผมอยากให้คุณไปเที่ยวด้วยกัน มีเพื่อนเที่ยวสนุกดี"
"ได้ซิครับ" คยูฮยอนตอบรับด้วยยินดีโดยไม่รั้งรอ คำตอบของเขาสร้างความดีใจให้แก่ซีวอน "ผมเองก็อยากมีเพื่อนเดินทางบ้างเหมือนกัน"
"พรุ่งนี้แปดโมงเช้าผมจะมารับโอเคนะ" คยูฮยอนพยักหน้ารับแทนคำตอบ "ถ้างั้นเจอกัน คืนนี้ฝันดีนะครับคยูฮยอน" มือทั้งสองข้างของคยูฮยอนถูกยกขึ้นมาเขย่า ซีวอนทิ้งรอยสัมผัสไว้แม้ใกล้จะจากไป ร่างสูงกลับไปที่รถ พลางโบกมือให้กับคยูฮยอน ท่าทางจะไม่ยอมออกรถจนกว่าคยูฮยอนเข้าไปในโรงแรม ชายหนุ่มโบกมือตอบกลับเป็นการลาครั้งสุดท้ายแล้วเดินเข้าไปในโรงแรม เมื่อแผ่นหลังของคยูฮยอนลับตาไป สปอร์ทคาร์สีขาวจึงได้ขยับแล่นออกไปบนท้องถนน คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมีรอยยิ้มกว้างระบายบนใบหน้า
To be continue.